โรคสมาธิสั้น (ADHD) เป็นความผิดปกติของสุขภาพจิต ที่อาจทำให้ระดับพฤติกรรมแห่งความสงบน้อยกว่าปกติ คนที่มีสมาธิสั้นอาจมีปัญหาในการมุ่งความสนใจไปที่งานเดี่ยวหรือนั่งอยู่เป็นเวลานาน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถมีสมาธิสั้นได้

 

อาการของโรคสมาธิสั้น

ส่งผลต่อพฤติกรรมหลากหลายที่แสดงออกมาได้แก่

  1. มีปัญหาในการโฟกัสสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน หรือสิ่งที่ต้องทำ ต้องรับผิดชอบ
  2. ฟุ้งซ่านได้ง่าย
  3. หุนหันพลันแล่น
  4. ไม่มีสมาธิ
  5. จำเรื่องต่างๆได้ไม่มาก
  6. ระงับอารมณ์ของตัวเองได้ไม่ดี
  7. ชอบขัดจังหวะในขณะที่คนอื่นกำลังพูด

หากคุณหรือบุตรหลานของคุณมีสมาธิสั้นคุณอาจสังเกตง่ายๆได้จากอาการบางอย่างหรือทั้งหมดที่เกล่ามานี้  อาการที่เกิดขึ้นเหล่านี้ขึ้นอยู่กับชนิดของสมาธิสั้นในแต่ละประเภท

 

ประเภทของสมาธิสั้น

อาการของโรคสมาธิสั้น แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทได้แก่

  1. ไม่มีความตั้งใจ คนกลุ่มนี้มีความยากลำบากมากในการจบงานหรือทำงานให้สำเร็จลุล่วงเพราะไม่มีสมาธิและความจดจ่อ  โรคสมาธิสั้นกลุ่มนี้จะพบบ่อยมากในกลุ่มเด็กผู้หญิงที่มีสมาธิสั้น
  2. หงุดหงิด หุนหันพลันแล่น คนกลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมที่ขี้หงุดหงิด หุนหันพลันแล่น  ไม่มีความใส่ใจ กระวนกระวายใจ ไม่ชอบรอ อดเปรี้ยวไว้กินหวานไม่เป็น ใจร้อนด่วนได้ ชอบขัดจังหวะเวลาคนอื่นพูด
  3. เมื่อมีการกระตุ้นก็ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่ใยดี นี่คือประเภทที่พบบ่อยที่สุด กลุ่มคนสมาธิสั้นกลุ่มนี้จะมีการแสดงออกของความไม่ตั้งใจ  หุนหันพลันแล่นที่เหนือกว่าคนปกติทั่วไป

 

โรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่  โดยผู้ใหญ่ที่เป็นโรคนี้มักมีอาการมาตั้งแต่เด็กๆ โรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ อาจส่งผลเสียต่อหลายแง่มุมของการใช้ชีวิต เช่น หลงลืมเวลาที่ต้องจัดการแก้ไขปัญหา ใจร้อน หงุดหงิดง่าย ทำให้เกิดปัญหาด้านความสัมพันธ์ทั้งคนที่บ้านและที่ทำงาน หรืออาจส่งผลร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สินหากไม่ได้รับการแก้ไข

โรคสมาธิสั้นในเด็ก  เด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นมักเกิดปัญหาได้ทั้งที่บ้านและโรงเรียน ไม่มีสมาธิในการเรียน ฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง จำงานที่ต้องทำไม่ได้ ในเด็กผู้ชายมีแนวโน้มเป็นโรคสมาธิสั้นมากกว่าเด็กผู้หญิง สองเท่า เด็กๆที่เป็นโรคสมาธิสั้นมักจะมีพฤติกรรมเหล่านี้

  • ฝันกลางวันบ่อยๆ
  • มีความวิตกกังวล
  • มีภาวะซึมเศร้า
  • พูดเกินจริง
  • ชอบหลงใหลได้ง่ายๆ

 

การรักษาผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น

การรักษาผู้ป่วยสมาธิสั้นมักมุ่งเน้นไปถึงการรักษาพฤติกรรม หรือการใช้ยาในการรักษาหรือทั้งสองอย่าง การรักษาพฤติกรรม หรือการบำบัดได้แก่การบำบัดด้วยการพูดคุย ฟังเพลง ทำสมาธิ  ร่วมกันแก้ไขและค่อยๆปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ส่วนการรักษาด้วยยา ก็จะใช้ยาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะมีผลต่อสารเคมีในสมองในลักษณะที่ช่วยให้คุณควบคุมแรงกระตุ้นและการกระทำได้ดีขึ้น

 

คนที่เป็นโรคสมาธิสั้นไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจส่งผลร้ายแรงต่อชีวิต ส่งผลต่อเพื่อน โรงเรียน การทำงาน ความสัมพันธ์ ถ้าหากคุณคิดว่า ตัวคุณเอง คนใกล้ตัว หรือบุตรหลานมีแนวโน้มของการเป็นโรคสมาธิสั้น ในขั้นตอนแรกควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อการ วินิจฉัย และรักษาที่ดี

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *